ตอม่อ: ระบบงานฐานรากที่เจ้าของบ้านและช่างต้องรู้

ตอม่อ

หากพูดถึงงานก่อสร้างแล้ว ตอม่อ เป็นคำที่หลายท่านอาจคุ้นหู เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบฐานรากที่สำคัญในงานก่อสร้างอาคารบ้านเรือน หรือแม้แต่ท่านที่ไม่คุ้นเคยกับงานก่อสร้างก็อาจเคยได้ยินคำว่า เตี้ยม่อต้อ ที่มีที่มาจากลักษณะรูปร่างของเสาตอม่อนั่นเอง แม้ว่า ตอม่อ จะถูกนำไปเปรียบเปรยกับลักษณะรูปร่างที่สั้นและเตี้ย

แต่ในงานก่อสร้าง ตอม่อและฐานราก เป็นงานอันดับแรกๆ ที่ทางช่างและเจ้าของบ้านผู้ว่าจ้างควรให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อความแข็งแรงมั่นคงของตัวอาคารในอนาคตอย่างมาก

ตอม่อและระบบฐานรากนั้นเป็นขั้นตอนของการวางรากฐานอาคารให้มั่นคง เนื่องจากอาคารแต่ละหลังต้องตั้งอยู่บนพื้นดินที่มีความแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องที่ บ้างอาจมีพื้นดินที่แข็งและทนทาน ส่วนในบางพื้นที่อาจมีพื้นดินที่ค่อนข้างอ่อนและทรุดได้ง่าย

ก่อนที่จะสร้างตัวอาคารจึงจำเป็นต้องมีฐานรากจากวัสดุแข็งอย่างคอนกรีตเพื่อรับน้ำหนักและกระจายน้ำหนักนั้นลงสู่พื้นดิน เพื่อให้อาคารนั้นๆ ยังตั้งตรงอยู่ได้ ซึ่งมีฐานรากและตอม่อรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับลักษณะของอาคารและพื้นที่แต่ละแห่ง ในบทความนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนของระบบการวางฐานรากให้ผู้ว่าจ้าง ดังนี้

1. การขุดดินฐานราก

ต้องคำนึงถึงลักษณะของดินและความสูงของหลุมที่ขุด ในขั้นตอนนี้เจ้าของบ้านหรือผู้ว่าจ้างควรร่วมตรวจสอบกับช่าง ทั้งความกว้างความยาวความสูงของหลุม ลักษณะการบดอัดพื้นหน้าดินให้เรียบ การวางแผนกำจัดน้ำออกในกรณีที่ฝนตกมีน้ำขังในหลุมเสาเข็ม รวมถึงตรวจสอบคุณภาพของคอนกรีตหยาบที่จะใช้เทบนพื้นดินที่ก้นหลุม ให้เป็นไปตามที่วางแผนและตกลงกันไว้

2. การตัดหัวเสาเข็ม

ในกรณีที่อาคารมีการตอกเสาเข็ม ผู้ว่าจ้างควรร่วมตรวจสอบความเรียบร้อยของการตัดหัวเสาเข็ม โดยพิจารณาให้ระดับหัวเข็มในฐานหนึ่งหนึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน และมีความลึกตามที่วิศวกรกำหนด 

3. การหาศูนย์เสา

ในขั้นตอนนี้จุดสำคัญที่ต้องพิจารณา คือเสาเข็มและตอม่อจะต้องอยู่ที่จุดศูนย์กลางของฐาน เพื่อกระจายน้ำหนักให้สมดุลและถ่ายเทน้ำหนักลงสู่พื้นดินได้ดี ซึ่งจะทำให้อาคารมันคงแข็งแรง ในขั้นตอนนี้มีทางวิธีส่องด้วยกล้องหรือการขึงเอ็น

ซึ่งวิศวกรจะเป็นผู้คำนวณให้เสาตอม่อและเสาเข็มอยู่ที่จุดศูนย์กลางของฐานราก หากตำแหน่งหลุดออกไปจากศูนย์กลางควรทำการแก้ไข ในกรณีที่เจ้าของบ้านต้องการสร้างบ้านติดกับพื้นที่ของเพื่อนบ้านมากๆ ทำให้ไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับฐานรากที่จะต้องมีตอม่ออยู่ ณฯจุดศูนย์กลาง

เพื่อไม่ให้เป็นการรำอาณาเขตเพื่อนบ้าน วิศวกรอาจใช้รูปแบบ ฐานรากตีนเป็ด หรือฐานรากชิดเขต ที่มีตอม่อตั้งอยู่ตรงริมของฐานราก และอาศัยการวางสมดุลในแต่ละให้ตัวบ้านมั่นคงอยู่ได้

4. การวางเหล็กเสริมคอนกรีตสำหรับเสาตอม่อ

ในขั้นตอนนี้จุดสำคัญอยู่ที่การหล่อเสาตอม่อให้เชื่อมเป็นชิ้นส่วนเดียวกันกับฐานรากที่ได้วางไว้ เพื่อให้เกิดความทนทานและการส่งผ่านน้ำหนักจากตัวอาคารลงมาที่เสา ลงมาที่เสาตอม่อ และส่งต่อสู่ฐานรากจนถึงพื้นดินต่อไป

ปัจจุบันมีทั้งวิธีหล่อเสาตอม่อ และการวางเสาตอม่อสำเร็จรูป ขึ้นกับความเหมาะสมของการรับน้ำหนักอาคาร หากเป็นอาคารที่ไม่จำเป็นต้องรับน้ำหนักมากๆ เช่น ทางเดินยกพื้น บ้านไม้ชั้นเดียว สามารถใช้ตอม่อสำเร็จรูปที่มีราคาถูกและประหยัดเวลากว่าจะได้ 

ในขั้นตอนนี้ผู้ว่าจ้างและช่างควรทำความเข้าใจร่วมกันว่า ต้องมีการบ่มคอนกรีตเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 28 วัน ไม่ควรต่อโครงสร้างอื่นทันทีหากเสาตอม่อยังไม่แข็งแรงดี เพราะอาจเกิดอันตรายที่ไม่คุ้มค่าต่อการรีบร้อน 

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าขั้นตอนการวางฐานรากและตอม่อของอาคารมีความสำคัญอย่างมากต่อความแข็งแรงและทนทานของงานก่อสร้าง ความเข้าใจในระบบฐานรากและตอม่อจะช่วยให้ทั้งผู้ว่าจ้างและช่าง ได้งานก่อสร้างตามแผนที่วางไว้และลดโอกาสเกิดอันตราย ปัญหาหรือความสูญเสียที่ตามมา หากมีรากฐานดีก็ได้ทั้งความปลอดภัยและประหยัดเงินในกระเป๋า 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *